top of page

"แสงเหนือ" มาใกล้กว่าที่เคย หลายพื้นที่ของสหรัฐฯคืนนี้ห้ามพลาด!

  • รูปภาพนักเขียน: Thai American Media reporter
    Thai American Media reporter
  • 8 ธ.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 9 ธ.ค. 2568


วันที่ 9 ธันวาคม 2568


ค่ำคืนนี้อาจเป็นค่ำคืนที่พิเศษสำหรับนักดูดาวและผู้ที่หลงใหลในความงดงามของท้องฟ้าในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือ ออโรรา บอเรลลีส อาจปรากฏให้เห็นในพื้นที่ที่กว้างกว่าปกติ ครอบคลุมหลายรัฐทางตอนเหนือของประเทศ


ปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตานี้เป็นผลมาจากพายุสุริยะระดับรุนแรง ซึ่งเกิดจากการปลดปล่อยมวลโคโรนาจากดวงอาทิตย์ อนุภาคพลังงานสูงจำนวนมหาศาลจากพายุนี้กำลังเดินทางพุ่งตรงมายังโลก และคาดว่าจะเข้าปะทะกับชั้นบรรยากาศโลกในคืนวันที่ 9 ธันวาคม 2568 การปะทะกันนี้จะปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของม่านแสงสีสันสวยงามที่เต้นระบำอยู่บนท้องฟ้า


ตามการคาดการณ์ของศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศแห่งชาติ (NOAA) รัฐที่มีโอกาสดีที่สุดในการชมปรากฏการณ์ครั้งนี้คือรัฐที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศ เช่น อะแลสกา นอร์ทดาโคตา มินนิโซตา มอนแทนา วอชิงตัน ไอดาโฮ วิสคอนซิน และมิชิแกน นอกจากนี้ รัฐที่อยู่ถัดลงมาอย่างเซาท์ดาโคตา ไวโอมิง ไอโอวา เมน เวอร์มอนต์ นิวแฮมป์เชียร์ และนิวยอร์ก ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นเช่นกัน หากสภาพท้องฟ้าเปิดและปราศจากเมฆบดบัง ในกรณีที่พายุสุริยะมีความรุนแรงเป็นพิเศษ แสงเหนืออาจส่องสว่างไกลพอที่จะมองเห็นได้จากขอบฟ้าทางเหนือของรัฐโอเรกอนและอิลลินอยส์


สำหรับผู้ที่ต้องการจะเฝ้าชมความมหัศจรรย์นี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มสังเกตการณ์ในช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่มถึงตีสองตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงที่แสงเหนือมักจะมีความเคลื่อนไหวและสว่างที่สุด ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะเพิ่มโอกาสในการมองเห็นคือการเลือกสถานที่ที่มืดสนิท ห่างไกลจากมลภาวะทางแสงของเมืองให้มากที่สุด การหาจุดชมวิวในที่โล่งหรือบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นขอบฟ้าทางทิศเหนือได้อย่างชัดเจนจะช่วยได้มาก


นอกจากนี้ การให้เวลาดวงตาปรับตัวเข้ากับความมืดประมาณครึ่งชั่วโมงจะทำให้สามารถสังเกตเห็นแสงที่จางกว่าได้ดีขึ้น และในยุคปัจจุบัน กล้องสมาร์ทโฟนก็เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยโหมดถ่ายภาพกลางคืนที่สามารถรับแสงได้ดีกว่าดวงตามนุษย์ การลองใช้กล้องส่องไปทางทิศเหนืออาจทำให้คุณค้นพบแสงเหนือบนหน้าจอโทรศัพท์ได้ แม้ว่าตาเปล่าจะยังมองไม่เห็นก็ตาม


ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรที่ดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ช่วง "Solar Maximum" ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์มีกิจกรรมรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นแสงเหนือในละติจูดต่ำบ่อยขึ้น อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติยังคงเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ความงดงามของแสงเหนือในค่ำคืนนี้จึงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอคอยและลุ้นกันต่อไป








ที่มา: USA Today

ความคิดเห็น


bottom of page