top of page

ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตที่อยู่อาศัย ราคาบ้านพุ่งทำลายสถิติ

  • รูปภาพนักเขียน: TK
    TK
  • 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
ree

ซิดนีย์, ออสเตรเลีย


สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปีนี้ โดยราคาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศได้พุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านของชาวออสเตรเลียจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง กลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม


ข้อมูลล่าสุดจาก CoreLogic ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของออสเตรเลีย ยืนยันว่าดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ราคาเฉลี่ยของบ้านในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์และเมลเบิร์น ทะยานสู่ระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน วิกฤตการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน แต่ยังซ้ำเติมปัญหาค่าครองชีพที่สูงอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก


วิกฤตการณ์ครั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยซับซ้อนหลายประการที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ได้แก่

  1. อุปทานไม่เพียงพอต่อความต้องการ (Supply-Demand Imbalance) ปัญหาสำคัญที่สุดคือการขาดแคลนที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง การก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ไม่สามารถตามทันอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการเปิดรับผู้อพยพจำนวนมากหลังการระบาดของโควิด-19

  2. ต้นทุนการก่อสร้างพุ่งสูง ภาคการก่อสร้างเผชิญกับปัญหาต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ประกอบกับการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ทำให้ต้นทุนการสร้างบ้านใหม่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผลักภาระมาสู่ผู้ซื้อในที่สุด

  3. นโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะพยายามขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่ก็ยังไม่สามารถชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกลับยิ่งซ้ำเติมผู้ที่ต้องการกู้เงินซื้อบ้านและผู้ที่กำลังผ่อนชำระอยู่

  4. การลงทุนจากต่างชาติและการเก็งกำไร ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของออสเตรเลียยังคงเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาถูกผลักดันให้สูงขึ้นไปอีก


ผลกระทบที่เกิดขึ้นในวงกว้าง


วิกฤตค่าเช่า ผู้ที่ไม่สามารถซื้อบ้านได้ต้องหันไปหาตลาดเช่า ซึ่งขณะนี้ก็กำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต อัตราค่าเช่าในเมืองใหญ่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีอัตราการว่างของบ้านเช่า (Vacancy Rate) ต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อหาที่อยู่อาศัย

ปัญหาคนไร้บ้านเพิ่มขึ้น แรงกดดันจากค่าครองชีพและค่าเช่าที่สูงลิ่ว ทำให้ชาวออสเตรเลียจำนวนมากขึ้นเสี่ยงต่อการกลายเป็นคนไร้บ้าน องค์กรการกุศลต่างๆ รายงานว่ามีผู้ขอความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

ความเหลื่อมล้ำระหว่างรุ่น (Generational Inequality) วิกฤตนี้กำลังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างคนรุ่น Baby Boomers ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบ้านแล้ว กับคนรุ่น Millennials และ Gen Z ที่กำลังดิ้นรนเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต


รัฐบาลออสเตรเลียทั้งในระดับสหพันธรัฐและระดับรัฐ ต่างพยายามออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังไม่เพียงพอและล่าช้า มาตรการต่างๆ รวมถึงการตั้งเป้าหมายสร้างบ้านใหม่ 1.2 ล้านหลังใน 5 ปี, การเสนอโครงการช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านครั้งแรก และการพิจารณาปฏิรูปกฎหมายภาษีสำหรับนักลงทุน


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า วิกฤตที่อยู่อาศัยในออสเตรเลียเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่นทางการเมืองในระยะยาวเพื่อแก้ไข และสถานการณ์น่าจะยังคงน่าเป็นห่วงต่อไปอีกหลายปี





ขอบคุณ

ข้อมูล: BBC


ความคิดเห็น


bottom of page