top of page

อาหารอิตาเลียน สร้างประวัติศาสตร์ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO เป็นชาติแรก

  • รูปภาพนักเขียน: Thai American Media reporter
    Thai American Media reporter
  • 11 ธ.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

กรุงโรม, อิตาลี – ในการประกาศที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการอาหารโลก องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องอาหารอิตาเลียนให้เป็น “มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” อย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่วัฒนธรรมอาหารทั้งระบบของประเทศได้รับการยอมรับในระดับนี้


การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 ในการประชุมคณะกรรมการ UNESCO ครั้งที่20 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยได้รับการยืนยันจากนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ก่อนที่ UNESCO จะประกาศอย่างเป็นทางการ


นายกรัฐมนตรีเมโลนีกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้รับการยอมรับนี้ ซึ่งเป็นเกียรติแก่ตัวตนและอัตลักษณ์ของเรา สำหรับชาวอิตาลี อาหารไม่ใช่แค่อาหารหรือชุดสูตรอาหาร แต่มันคือวัฒนธรรม ประเพณี การทำงาน และความมั่งคั่ง”


การยอมรับครั้งนี้เป็นผลสำเร็จจากแคมเปญที่กินเวลา 3 ปีของกระทรวงเกษตรอิตาลี ที่มุ่งให้โลกเห็นว่าวิถีการปลูก การเก็บเกี่ยว การเตรียม และการรับประทานอาหารของอิตาลีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ภายใต้ชื่อทางการว่า “การทำอาหารอิตาลี ระหว่างความยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม” (Italian cooking, between sustainability and biocultural diversity)


ปิแอร์ ลุยจิ เปตริลโล หนึ่งในผู้จัดทำข้อเสนอของอิตาลี กล่าวในข้อเสนอเบื้องต้นว่า “การทำอาหารในอิตาลีอยู่เหนือกว่าความจำเป็นทางโภชนาการอย่างง่าย มันได้กลายเป็นการปฏิบัติประจำวันที่ซับซ้อนและมีหลายชั้นเชิง”

UNSCO อธิบายว่าอาหารอิตาลีเป็น “การผสมผสานทางวัฒนธรรมและสังคมของประเพณีการทำอาหาร” ที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบและเทคนิคการเตรียมอาหารแบบช่างฝีมือ เป็นกิจกรรมชุมชนที่เน้นความใกล้ชิดกับอาหาร รวมถึงส่วนผสม และช่วงเวลาที่แบ่งปันร่วมกัน รอบโต๊ะอาหาร การปฏิบัตินี้หยั่งรากลึกในสูตรอาหารที่ไม่สิ้นเปลือง และการถ่ายทอดรสชาติ ทักษะ และความทรงจำข้ามรุ่น เป็นวิธีการเชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน ไม่ว่าจะที่บ้าน ในโรงเรียน หรือผ่านเทศกาลพิธีกรรม และการรวมตัวทางสังคม


คนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนสูตรอาหาร คำแนะนำ และเรื่องราวต่าง ๆ โดยเฉพาะปู่ย่าตายายที่มักถ่ายทอดอาหารดั้งเดิมให้ลูกหลาน ความรู้และทักษะเหล่านี้ถูกส่งต่อทั้งจากการเรียนรู้กันเองภายในครอบครัว และจากการเรียนการสอนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย


นอกเหนือจากการเป็นศิลปะการทำอาหาร ผู้ที่สืบทอดแนวปฏิบัตินี้มองว่าอาหารคือการดูแลทั้งตนเองและผู้อื่น เป็นการถ่ายทอดความรัก และเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง แนวคิดดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในสังคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนต่างวัยอย่างต่อเนื่อง


การได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกเกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัญหา “อาหารอิตาลีปลอม” ที่แพร่หลายในตลาดโลก ล่าสุดรัฐบาลอิตาลีได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐสภายุโรป หลังพบซอสคาร์โบนาราสำเร็จรูปบรรจุขวดวางจำหน่ายในร้านค้า ซึ่งขัดกับหลักการอาหารดั้งเดิม นอกจากนี้ อิตาลียังต้องต่อสู้กับการผลิตน้ำมันมะกอกปลอม รวมถึงการใช้ชื่อหรือภาพลักษณ์ที่ฟังดูเป็นอิตาลีกับสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในประเทศ


ฟรานเชสโก โลลโลบริจิดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของอิตาลี ระบุว่า การรับรองจากยูเนสโกจะเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องอาหารอิตาลีจากการแอบอ้างและการละเมิดทางการค้าในระดับนานาชาติ


สถานะมรดกโลกของ UNESCO มักนำไปสู่อัตราการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าอิตาลีจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สถานะนี้ยังวางภาระความรับผิดชอบให้กับอิตาลีในการปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมของตน ซึ่งเป็นความท้าทายที่ประเทศจะต้องสมดุลระหว่างการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและการจัดการกับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นด้วย






แหล่งข่าว: CNN

ความคิดเห็น


bottom of page