top of page

เรื่องน่าห่วงในอเมริกา! พ่อแม่แห่ขอไม่ฉีดวัคซีนให้ลูก อ้างเหตุผลศาสนา-ความเชื่อส่วนตัว หวั่นโรคระบาดร้ายแรงกลับมา

  • รูปภาพนักเขียน: Thai American Media reporter
    Thai American Media reporter
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

แนวโน้มใหม่ที่น่ากังวลกำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วสหรัฐอเมริกา เมื่อพ่อแม่จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตัดสินใจไม่ให้ลูกหลานที่กำลังจะเข้าเรียนชั้นอนุบาลฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ โดยอ้างเหตุผลทางศาสนาและความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเป็นชนวนให้โรคติดต่อร้ายแรงที่เคยควบคุมได้แล้วอย่าง "โรคหัด" และ "ไอกรน" กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง


ตัวเลขพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ

จากการศึกษาวิจัยครั้งใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักข่าว NBC News และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พบว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงกว่าที่คิด

  • ย้อนไปเมื่อปี 2010 มีครอบครัวที่ขอ "ยกเว้น" การฉีดวัคซีนให้ลูกด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ทางการแพทย์เพียง 0.6% เท่านั้น

  • ปัจจุบัน (ปี 2023-2024) ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นเป็น 3.1% ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า!

  • หลังยุคโควิด-19 กว่าครึ่งหนึ่งของเทศมณฑล (County) ทั่วประเทศ มีอัตราการขอยกเว้นการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน


ผู้เชี่ยวชาญเตือน "ตัวเลขน้อยนิด แต่อันตรายมหาศาล"


นายแพทย์นาธาน โล (Dr. Nathan Lo) จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า "ตัวเลข 3.1% อาจดูเหมือนน้อย แต่สำหรับโรคที่แพร่เชื้อง่ายอย่างโรคหัด นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้เลย"

สอดคล้องกับความเห็นของ ดร. เจสซี แฮ็คเคล (Dr. Jesse Hackell) จากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา ที่ชี้ว่า แม้ชุมชนจะมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงถึง 90-95% แต่ช่องว่างเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้โรคแพร่กระจายไปทั่วได้


เกิดอะไรขึ้นที่ "สปาร์ตันเบิร์ก" ?


ภาพที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นที่เทศมณฑลสปาร์ตันเบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ มีผู้ป่วยแล้วกว่า 434 รายนับตั้งแต่เดือนกันยายน โดยโรงเรียนบางแห่งมีอัตราเด็กที่ได้รับวัคซีนต่ำเพียง 20% เท่านั้น!

ดร. ลินดา เบลล์ (Dr. Linda Bell) นักระบาดวิทยาของรัฐ กล่าวว่า "นี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดที่แสดงให้เห็นว่า แค่มีกลุ่มคนไม่ฉีดวัคซีนเพียงหย่อมเล็กๆ ก็สามารถทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วทั้งชุมชนได้"


ทำไมคนถึงกลัววัคซีนมากกว่ากลัวโรค?

ดร. วอลเตอร์ โอเรนสไตน์ (Dr. Walter Orenstein) ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยเอมอรี วิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหาว่ามาจากหลายปัจจัยรวมกัน:

  1. ความไม่ไว้วางใจแพทย์: ผู้คนบางส่วนเริ่มไม่เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข

  2. ข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดีย: ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับอันตรายของวัคซีนถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว

  3. วัคซีนเป็นเหยื่อของความสำเร็จ: เพราะวัคซีนทำงานได้ดีมากจนคนรุ่นใหม่ไม่เคยเห็นความน่ากลัวของโรคอย่างโปลิโอหรือหัด ทำให้พวกเขาไม่รู้สึกกลัว และมองว่าวัคซีนไม่จำเป็น


ดร. โอเรนสไตน์แสดงความกังวลว่า "ผมกลัวว่าเราจะต้องรอให้โรคที่น่ากลัวเหล่านี้กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ผู้คนถึงจะตระหนักได้ว่าประโยชน์ของวัคซีนนั้นมีค่ามากกว่าความเสี่ยงที่พวกเขากลัว" สถานการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับชุมชนไทยในอเมริกาและทั่วโลก ถึงความสำคัญของการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อปกป้องสุขภาพของลูกหลานและส่วนรวมจากการกลับมาของโรคร้ายในอดีต




ที่มา: NBC News

ความคิดเห็น


bottom of page