รัฐบาลทรัมป์บอก 'เอไอไม่ได้น่ากลัว' แต่สายเศรษฐศาสตร์ยกมือเตือน งานหาย-ฟองสบู่มา?

อัปเดตเมื่อ 26 ธ.ค. 2568

เอไอมาแล้วจ้า และมันไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาแบบจะเปลี่ยนโลกทั้งใบเลยนะ แล้วฝั่งรัฐบาลทรัมป์ทำไง?
โฟกัสที่ภาพสวยๆ อย่างหุ้นที่พุ่งและตัวเลขเศรษฐกิจที่ดูโตไว จนหลายคนรู้สึกว่าเขากำลัง 'ลดความสำคัญ' ของความเสี่ยงจากเอไอไปแบบเนียนๆ คำถามคือ มันชิลได้จริงเหรอ?
นักเศรษฐศาสตร์หลายคนไม่ได้กลัวเอไอเพราะมันฉลาดนะ แต่กลัวผลข้างเคียงที่ตามมาแบบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะเรื่องงาน คนทำงานสายออฟฟิศ งานซ้ำๆ งานบริการบางส่วน หรือแม้แต่งานวิเคราะห์ก็อาจโดนแทนที่เร็วเกินตั้งตัว แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง คนจำนวนมากจะย้ายไปทำอะไรทัน? อีกประเด็นที่โดนเตือนหนักคือ 'ฟองสบู่' พอทุกคนแห่ลงทุนกับคำว่าเอไอ หุ้นพุ่ง เงินไหลเข้าแบบบ้าคลั่ง มันก็ชวนให้คิดถึงเหตุการณ์เดิมๆ ที่เคยเกิดมาแล้วหลายรอบ ถ้ามันโตจากความคาดหวังมากกว่าพื้นฐาน วันหนึ่งพอความจริงวิ่งตามไม่ทัน...มันแตกได้ไหม?
ฝั่งรัฐบาลทรัมป์เองเหมือนจะมองว่าความกังวลพวกนี้ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรืออย่างน้อยก็ไม่อยากทำให้บรรยากาศการเติบโตสะดุด เพราะตอนนี้ภาพรวมมันดูดี หุ้นก็ดี เศรษฐกิจก็ดูเร็ว แล้วใครจะอยากเป็นคนพูดเรื่องน่ากลัวให้คนหมดไฟล่ะ จริงไหม?
แต่คนที่ตามเรื่องนี้จะรู้ว่า เอไอไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ มันเหมือนคลื่นยักษ์ที่ถ้าเตรียมตัวดี ก็พาไปไกล แต่ถ้าเตรียมตัวไม่ทัน ก็มีสิทธิ์โดนซัดกระเด็น แล้วการทำเป็นไม่เห็นความเสี่ยง มันไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไปนะ สรุปคือ ตอนนี้มี 2 มุมที่กำลังชนกัน มุมหนึ่งบอกว่า 'ปล่อยให้โต เดี๋ยวตลาดจัดการเอง' อีกมุมบอกว่า 'ถ้าไม่วางแผนรองรับ งานหาย-เงินปั่น-ความเหลื่อมล้ำจะหนักกว่าเดิม' แล้วคุณล่ะ คิดว่าเอไอรอบนี้จะเป็นโอกาสทอง หรือเป็นฟองสบู่ลูกใหม่ที่กำลังพองตัว?
คอมเมนต์หน่อยว่าคุณอยู่ทีมไหน และอยากให้รัฐควรทำอะไรกับคลื่นเอไอนี้!
ที่มา: New York Times



ความคิดเห็น