เปิดโลกกว้างวันเด็ก 2569 คู่มือพาลูกตะลุยแดนมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้
- TK

- 7 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

สำหรับคนไทยไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดในโลก ความผูกพันกับวัฒนธรรมและเทศกาลในบ้านเกิดยังคงเป็นสายใยที่เชื่อมโยงหัวใจไว้เสมอ และหนึ่งในเทศกาลที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะก็คือ “วันเด็กแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมในทุกๆ ปี สำหรับปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง วันเด็กจะตรงกับ วันเสาร์ที่ 10 มกราคม นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับครอบครัวชาวไทยในต่างแดนที่อาจกำลังวางแผนเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด หรือสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามบรรยากาศความเคลื่อนไหวในเมืองไทย ในโอกาสนี้ เราจึงขออาสาเป็นคู่มือพิเศษที่จะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของวันเด็กในประเทศไทย พร้อมรวบรวมสถานที่จัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อสร้างความทรงจำอันล้ำค่าให้กับเด็กๆ และทุกคนในครอบครัว
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าวันเด็กแห่งชาติของไทยนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดระดับสากล ในปี พ.ศ. 2498 องค์การสหประชาชาติได้ประกาศเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อเด็กขึ้น เพื่อกระตุ้นให้สังคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนในฐานะอนาคตของชาติ ประเทศไทยจึงได้ขานรับและเริ่มจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน
ในยุคแรกเริ่ม รัฐบาลได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในฤดูฝน ทำให้ไม่สะดวกต่อการเดินทางมาร่วมกิจกรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีมติให้ย้ายวันจัดงานมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมแทน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศสดใสและเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ทุกครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเต็มที่ และได้ถือปฏิบัติเช่นนี้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

หัวใจของการจัดงานวันเด็กไม่ได้มีเพียงแค่ความสนุกสนานรื่นเริง แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณให้สังคมได้รับรู้ว่าเด็กทุกคนคือสมบัติล้ำค่าและความหวังของประเทศ การจัดกิจกรรมต่างๆ จึงเปรียบเสมือนการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการปลูกฝังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อสังคม และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในทุกๆ ปีก็คือ "คำขวัญวันเด็ก" จากท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางสั้นๆ ที่มีความหมายลึกซึ้ง ช่วยให้เด็กๆ มีเป้าหมายและกำลังใจในการทำความดีต่อไป ปีนี้มาในคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” จากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อให้การผจญภัยในวันเด็กปีนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เราได้คัดสรรสถานที่จัดกิจกรรมสุดเจ๋งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ รับรองว่ามีครบทุกรสชาติ เหมาะกับเด็กทุกสไตล์อย่างแน่นอน

กองทัพอากาศ ในปีนี้ กองทัพอากาศยังคงจัดเต็มความยิ่งใหญ่ เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัสกับเครื่องบินรบและยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างใกล้ชิด สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักบินและทหารตัวน้อยในอนาคต ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือ การแสดงการบิน หรือ Air Show สุดตื่นเต้น ที่จะมาสร้างความประทับใจบนฟากฟ้า นอกจากนี้ เด็กๆ ยังจะได้เดินชมและสัมผัสอาวุธยุทโธปกรณ์ของจริง พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมตามบูธต่างๆ ที่มีของรางวัลแจกมากมาย และอิ่มอร่อยไปกับซุ้มอาหารที่จัดเตรียมไว้ให้บริการฟรีตลอดงาน สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง มีข้อควรทราบที่สำคัญคือจำเป็นต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านระบบ QR Code ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดและลิงก์ลงทะเบียนได้จากเพจเฟซบุ๊ก RTAF News และในวันงาน ขอให้เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (Passport) มาเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าพื้นที่ด้วย งานจะจัดขึ้นในเวลา 07.00 - 16.00 น. โดยมีสถานที่จัดงานหลักได้แก่ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 (ดอนเมือง), พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศแห่งชาติ, สนามบินเล็กทุ่งสีกัน และกองบินอื่นๆ ในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีบางหน่วยที่งดจัดกิจกรรม ได้แก่ กองบิน 1, 3, 4, 7 และ 21 จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทาง

พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร (จตุจักร) เปรียบเสมือนเมืองในฝันของเด็กๆ ที่นี่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง หรือ Hands-on Learning เด็กๆ จะได้สวมบทบาทเป็นอาชีพต่างๆ ที่พวกเขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ นักดับเพลิง นักโบราณคดี หรือแม้แต่เชฟตัวน้อย นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมกลางแจ้งและสวนน้ำให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่

ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ (เอกมัย) จะพาเด็กๆ และครอบครัวออกเดินทางท่องไปในจักรวาลอันไกลโพ้น ภายในโดมฉายดาวขนาดใหญ่ ทุกคนจะได้นอนดูดาวนับล้านดวงและเรียนรู้เรื่องราวของระบบสุริยะและกลุ่มดาวต่างๆ ผ่านการบรรยายที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย เป็นการเปิดโลกดาราศาสตร์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย

มิวเซียมสยาม (ท่าเตียน) คือพิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยการนำเสนอที่ทันสมัยและชวนให้มีส่วนร่วม เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของชาติไทยผ่านนิทรรศการและกิจกรรมเชิงโต้ตอบที่สนุกสนาน ในวันเด็กมักจะมีกิจกรรมพิเศษ เช่น การละเล่นพื้นบ้านไทย และการเดินสำรวจพิพิธภัณฑ์เพื่อทำภารกิจแลกของรางวัล

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว (ชลบุรี) เป็นสวนสัตว์ยอดนิยมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์นานาชนิดในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ไฮไลท์สำคัญคือการนั่งรถชมสัตว์ การแสดงความสามารถของสัตว์ต่างๆ เช่น ขบวนพาเหรดเพนกวินสุดน่ารัก และการให้อาหารยีราฟ นอกจากความสนุกสนานแล้ว เด็กๆ ยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอีกด้วย

ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชียนเวิลด์ (สยามพารากอน) จะพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลใจกลางกรุงเทพฯ การเดินลอดใต้อุโมงค์แก้วขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยฉลาม กระเบน และฝูงปลาหลากสีสัน เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ที่นี่ไม่เพียงแต่ให้ความเพลิดเพลิน แต่ยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้กับเยาวชนอีกด้วย
วันเด็กแห่งชาติในประเทศไทยจึงเป็นมากกว่าวันหยุด แต่เป็นวันที่ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันมอบของขวัญอันล้ำค่า นั่นคือโอกาสในการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับอนาคตของชาติ สำหรับครอบครัวชาวไทยในต่างแดน การได้เห็นภาพบรรยากาศเหล่านี้อาจช่วยเติมเต็มความคิดถึงบ้าน หรืออาจเป็นไอเดียสำหรับการเดินทางกลับไปสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับครอบครัวในเมืองไทยก็เป็นได้



ความคิดเห็น