top of page

เรื่องใหญ่ใกล้ตัว ค่าหมอในอเมริกาเตรียมพุ่งกระฉูด หลังสภาสูงปัดตกกฎหมายอุ้ม Obamacare

  • รูปภาพนักเขียน: Thai American Media reporter
    Thai American Media reporter
  • 11 ธ.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 14 ธ.ค. 2568



วันที่ 12 ธันวาคม 2568


พี่น้องชาวไทยในอเมริกาที่ใช้ประกันสุขภาพผ่านตลาดกลาง หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Obamacare อาจต้องเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจจะแพงขึ้นอย่างน่าตกใจในปีหน้านะคะ หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีมติไม่ผ่านร่างกฎหมายที่จะมาช่วยต่อลมหายใจให้กับเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันสุขภาพเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา


เรื่องนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคน รวมถึงคนไทยในอเมริกาจำนวนไม่น้อยที่พึ่งพาเงินช่วยเหลือส่วนนี้จากรัฐบาลในการจ่ายค่าประกันสุขภาพในแต่ละเดือน เมื่อเงินส่วนนี้กำลังจะหายไปในวันที่ 1 มกราคมที่จะถึงนี้ ก็หมายความว่าหลายครอบครัวอาจจะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือสามเท่าเลยทีเดียว


ความพยายามครั้งสุดท้ายในสภาสูงจบลงด้วยความผิดหวัง ทั้งข้อเสนอของพรรคเดโมแครตที่ต้องการจะขยายเวลาเงินอุดหนุนออกไปอีกสามปี และข้อเสนอของพรรครีพับลิกันที่มีแนวทางช่วยเหลือแบบอื่น ต่างก็ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะผ่านกฎหมายไปได้ แม้จะมีสมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันสี่คนตัดสินใจโหวตสวนมติพรรคเพื่อช่วยฝ่ายเดโมแครต แต่คะแนนสุดท้ายก็ยังไม่ถึง 60 เสียงที่ต้องการอยู่ดี


สถานการณ์นี้สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้แทบจะไม่เหลือเวลาให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้หาทางออกอื่นก่อนที่สภาจะปิดทำการเพื่อพักช่วงวันหยุดยาวปลายปี ชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภากล่าวเตือนก่อนการลงคะแนนว่า นี่อาจเป็นเหมือนรถไฟขบวนสุดท้ายที่จะช่วยผู้คนได้ หากไม่รีบขึ้นขบวนนี้ ก็อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้วก่อนที่ค่าเบี้ยประกันจะพุ่งทะยานไปจริงๆ


ทางด้าน สว. ซูซาน คอลลินส์ หนึ่งในสี่คนที่โหวตข้ามพรรคยอมรับว่า คงเป็นเรื่องยากที่จะกลับไปอธิบายเรื่องนี้ให้ประชาชนในพื้นที่ของตัวเองเข้าใจในช่วงวันหยุด เธอบอกว่าเธอสนับสนุนทั้งสองร่างกฎหมายโดยหวังว่าจะมีการแก้ไขเพื่อให้แผนออกมาดีที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล


ความล้มเหลวครั้งนี้เป็นบทสรุปที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะสำหรับพรรคเดโมแครตที่เคยต่อสู้ในประเด็นนี้อย่างหนักจนถึงขั้นทำให้เกิดการปิดหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 43 วัน เพื่อบีบให้มีการลงมติขยายเวลาเงินอุดหนุน แต่สุดท้ายความพยายามก็ไม่เป็นผล


ตอนนี้ความหวังที่เหลืออยู่จึงถูกส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรว่าจะสามารถหาทางออกฉุกเฉินได้ทันท่วงทีหรือไม่ แต่สถานการณ์ก็ยังคงไม่แน่นอนและเต็มไปด้วยความแตกแยกทางการเมือง สิ่งที่พวกเราทำได้ในตอนนี้คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมวางแผนการเงินสำหรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้นในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงค่ะ





แหล่งข่าว: CNN, USA Today, NBC News

ความคิดเห็น


bottom of page