top of page

ความเป็นมาของ “การนวดไทย” มรดกภูมิปัญญาที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 2,500 ปี

  • GGS
  • 22 พ.ย. 2568
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 ธ.ค. 2568


การนวดไทย…หลายคนอาจนึกถึงเสียง “กร๊อบ!” เวลาโดนบิดเส้น แต่จริง ๆ แล้วศิลปะนี้มีประวัติยาวนานและน่าสนใจมากกว่านั้นเยอะ เพราะมันไม่ใช่แค่การนวดเพื่อผ่อนคลาย แต่คือภูมิปัญญาการรักษาอันล้ำค่าที่สืบทอดกันมากว่า 2 พันปีเลยทีเดียว


กำเนิดจากยุคพุทธกาล – หมอชีวก ผู้เป็นต้นตำรับ


เรื่องเล่าความเป็นมาของการนวดไทยต้องย้อนไปถึงสมัยพุทธกาล โดยมี “หมอชีวกโกมารภัจจ์” เป็นบุคคลสำคัญ หมอชีวกเป็นแพทย์ประจำพระพุทธเจ้า โด่งดังด้านการรักษาทั้งด้วยยาสมุนไพรและการนวดแบบใช้แรงกด บิด ดัด ยืด ซึ่งต่อมากลายเป็นรากฐานของการนวดไทยที่เราใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน


ผสมผสาน 4 สายแพทย์แผนโบราณ


แม้ต้นกำเนิดมาจากอินเดีย แต่การนวดไทยได้รับการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนไทย จนกลายเป็นศาสตร์เฉพาะตัวที่ผสานองค์ความรู้ 4 ด้าน


  • กายวิภาคพื้นบ้าน – ความเข้าใจเรื่อง “เส้นประธาน 10”

  • สมุนไพรไทย – น้ำมัน ลูกประคบ ยาหอม

  • จิตภาวนา – การกำกับลมหายใจ

  • โยคะและอายุรเวท – ท่าดัดยืดที่คล้ายโยคะแบบโบราณ


ทั้งหมดนี้ทำให้การนวดไทยมีเอกลักษณ์คือ ค่อย ๆ กด บีบ คลึง ดัด ให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ผ่อนคลาย และช่วยรักษาอาการปวดเมื่อย


จากหัตถกรรมพื้นบ้าน สู่ศิลปะประจำชาติ


สมัยโบราณ การนวดไทยสืบทอดกันในวัด โดยมีการแกะสลักภาพท่านวดลงบนหินที่ “วัดโพธิ์” เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา จนถูกยกให้เป็นโรงเรียนแพทย์แผนไทยแห่งแรกของประเทศ


การนวดไทยยังถูกจัดให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (UNESCO) ในปี 2019 ตอกย้ำว่า นี่คือศาสตร์ที่คนทั่วโลกยอมรับ


ยุคใหม่ที่ยังคงหัวใจเดิม


ทุกวันนี้ การนวดไทยมีทั้งแบบดั้งเดิม แบบชาววัด และแบบสปาฟิวชั่น แต่ไม่ว่าจะปรับรูปแบบแค่ไหน หัวใจสำคัญยังเหมือนเดิมคือ


  • ช่วยฟื้นฟูร่างกาย

  • ปรับสมดุลเลือดลม

  • คลายความเครียด

  • เติมพลังให้ร่างกายและจิตใจ


ด้วยเหตุนี้ การนวดไทยจึงไม่ใช่แค่การคลายเมื่อย แต่คือ “การบำบัด” ที่ผสานพลังสัมผัส ภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างงดงาม

ความคิดเห็น


bottom of page