ไวรัสนิปาห์โผล่อินเดีย! องค์การอนามัยโลกยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 2 ราย เชื้อร้ายที่คร่าชีวิตมากกว่าครึ่ง
- Thai American Media reporter

- 5 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 2 รายในรัฐทางภาคตะวันออกของอินเดีย ข่าวนี้ทำให้หลายคนต้องหันมาสนใจไวรัสตัวนี้อีกครั้ง เพราะแม้จะไม่ค่อยได้ยินชื่อบ่อยนัก แต่ความอันตรายนั้นไม่ธรรมดาเลย
ไวรัสนิปาห์ได้ชื่อมาจากหมู่บ้านในมาเลเซียที่พบผู้ป่วยรายแรก และเป็นไวรัสในตระกูลเดียวกับโรคหัด แต่อย่าเข้าใจผิดว่ามันจะเหมือนหัด เพราะถึงจะแพร่กระจายได้ไม่ง่ายเท่า แต่ถ้าติดแล้วโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ามาก โดยคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อไปมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
นิปาห์เป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสโดยตรงกับหมูหรือค้างคาวที่ติดเชื้อ ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) นอกจากนี้ การกินผลไม้หรือดื่มน้ำตาลโตนดสดที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรือน้ำลายจากค้างคาวผลไม้ที่ติดเชื้อก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง และที่น่ากังวลคือมันสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ด้วย แต่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อมากจริงๆ
หลังติดเชื้อ อาจใช้เวลา 4 ถึง 14 วันกว่าจะแสดงอาการ และกรณีที่ไม่แสดงอาการนั้นพบได้น้อยมาก อาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป มีไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน และเจ็บคอ แต่ที่น่ากลัวคือในผู้ป่วยประมาณ 2 ใน 3 ราย โรคจะลุกลามอย่างรวดเร็ว และอาจหมดสติภายใน 5 ถึง 7 วัน บางรายยังมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ และผลเอกซเรย์ปอดผิดปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำไขสันหลัง และการถ่ายภาพสมองจะเห็นความเสียหายจากเนื้อเยื่อตาย
ไวรัสนี้ถูกจัดอยู่ในระดับความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 4 โดย CDC ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเทียบเท่ากับเชื้อก่อโรคอันตรายที่สุดอย่างอีโบลา และยังมีศักยภาพที่จะถูกนำไปใช้เป็นอาวุธชีวภาพได้อีกด้วย
แม้จะมีการระบาดเพียงไม่กี่ครั้ง แต่นิปาห์ถือเป็นภัยคุกคามด้านสาธารณสุขที่ต้องจับตา เพราะมีอัตราการเสียชีวิตสูง ติดต่อจากคนสู่คนได้ และที่สำคัญคือยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรอง ในกรณีที่รุนแรง ไวรัสสามารถโจมตีส่วนของสมองที่ควบคุมการทำงานพื้นฐานของร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหวของดวงตา อัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต ทำให้เกิดความเสียหายถาวร ส่วนผู้ที่รอดชีวิตมักประสบปัญหาความเหนื่อยล้าและการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทที่อาจคงอยู่นานหลายปี
การตรวจวินิจฉัยทำโดยการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจหาโปรตีนจำเพาะ ส่วนการรักษานั้น ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาโรคนิปาห์โดยเฉพาะ แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง และผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบประสาทรุนแรงอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มียาตัวหนึ่งชื่อ ริบาวิริน ที่ปกติใช้รักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง อาจมีประโยชน์บ้าง แต่ผลการรักษายังไม่แน่นอน
งานนี้ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ในอินเดียจะเป็นอย่างไร และหวังว่าจะไม่ลุกลามไปมากกว่านี้
ที่มา: CNN



ความคิดเห็น